MOVEMENT NEWS

กนอ.และ กฟภ.ลงนามความร่วมมือชู Smart Energy บริหารจัดการพลังงานในนิคมฯ
POSTED ON 09/11/2563


 

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการจัดการพลังงานในนิคมอุตสาหกรรมด้วยระบบดิจิทัล และการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ระหว่าง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อยกระดับการผลิตพลังงานและการบริหารจัดการพลังงานภายในนิคมอุตสาหกรรม โดยการนำเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและระบบตรวจวัดการใช้พลังงานมาประยุกต์ใช้งานกับองค์กร ในระบบโครงข่ายสำหรับส่งไฟฟ้าอัจฉริยะแบบครบวงจรโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Smart Grid) ซึ่งจะช่วยให้สามารถบริหารจัดการการใช้พลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบการส่งจ่ายไฟฟ้าได้พัฒนาโปรแกรมพร้อมกับติดตั้งอุปกรณ์ที่สามารถตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าได้ตามเวลาจริง (Real Time) เพื่อช่วยคำนวณการแจกจ่ายกระแสไฟ ทำให้การจ่ายกระแสไฟฟ้ามีความเสถียร ลดปัญหาไฟดับในช่วงที่มีการใช้ไฟสูง

โดยระบบดังกล่าวไม่เพียงแค่ประหยัดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนในการผลิตแล้ว ยังมุ่งเน้นไปในด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการพลังงานทดแทนอีกด้วย โดยโครงการความร่วมมือระหว่าง กนอ.และ กฟภ.ครั้งนี้ สาระสำคัญของการลงนามความร่วมมือ คือ การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกเพื่อให้การดำเนินโครงการจัดการพลังงานในนิคมอุตสาหกรรมด้วยระบบดิจิทัล การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์( Smart Energy) อย่างมีประสิทธิภาพภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ผ่านการบริหารจัดการด้วยระบบดิจิทัล (Digital Platform)

น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า การลงนามในบันทึกข้อตกลงโครงการจัดการพลังงานในองค์กรด้วยระบบดิจิทัลฯในวันนี้ถือเป็นต้นแบบความร่วมมือในการอำนวยความสะดวกด้านการบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System) โดย กนอ.มุ่งมั่นพัฒนานิคมอุตสาหกรรมให้เป็นนิคมอุตสาหกรรม 4.0 ด้วยการนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้เป็นระบบด้วยการจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) ที่มีค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงานดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือมีการใช้พลังงานทดแทน (Renewable Energy) มาใช้เป็นทางเลือกเสริมพลังงานหลักสำหรับระบบสาธารณูปโภคในนิคมฯ และอาคารส่วนกลางในนิคมฯ หรือมีการประยุกต์ใช้ระบบสมาร์ทกริด (Smart Grid) สำหรับบริหารจัดการผลิต การส่งจ่าย และการใช้ไฟฟ้า โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบควบคุมอัตโนมัติในการเชื่อมโยงข้อมูล วิเคราะห์ ควบคุมจัดการ ตรวจติดตามสถานะของระบบ ควบคุมการทำงานที่ประสิทธิภาพสูงสุด ลดการสูญเสียพลังงานที่ไม่จำเป็น

ด้านนายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการ กฟภ. กล่าวว่า กฟภ.มุ่งมั่นพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาพลังงานทดแทนซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบาย PEA 4.0 ที่มุ่งเป้าพัฒนารูปแบบเทคโนโลยีการให้บริการด้วยนโยบาย Digital Utility ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Thailand Energy 4.0 ของประเทศ จึงเป็นโอกาสอันดีที่ได้ร่วมมือกับ กนอ.ในการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนในกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อสร้างต้นแบบและนำร่องการบริหารจัดการพลังงานทดแทนด้วยเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) และการนำระบบ PEA Digital Platform มาใช้บริหารจัดการพลังงานในนิคมอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด