FINANCE & INVESTMENT

TBANK ปัดตอบควบTMB โยนเป็นเรื่องของผู้ถือหุ้น
POSTED ON 07/01/2562


Tags : อุตสาหกรรม, ข่าวอุตสาหกรรม, สื่ออุตสาหกรรม, โรงงาน, เครื่องจักรกล, การผลิต, พลังงาน, โลจิสติกส์, Industry, Industrial, Industrial News, Industrial Media, Factory, Machinery, Machine, Manufacturing, Energy, Logistics, Economic

ธนาคารธนชาติเผยดีลการซื้อหุ้นและรวบควมธนาคารทหารไทยว่า มีการศึกษาจริงแต่ เป็นการตัดสินใจของผู้ถือหุ้น การดำเนิการเป็นไปตามแผนธุรกิจที่วางไว้ ปี 62 ยังเน้นสินเชื่อเช่าซื้อรยนต์เหมือนเดือม คาดขยายตัวราว 2-3% จากปี 61

 

นายประพันธ์ อนุพงษ์องอาจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต (TBANK) เปิดเผยว่า ดีลการซื้อหุ้นและควบรวมกับธนาคารทหารไทย (TMB) ยอมรับว่ามีการศึกษาจริง แต่ไม่ทราบและไม่สามารถเปิดเผยถึงรายละเอียดของดีลดังกล่าวได้ เพราะเป็นเรื่องการตัดสินใจของผู้ถือหุ้น ซึ่งในหน้าที่ของผู้บริหารธนาคารมีหน้าที่การบริหารงานของธนาคารให้เป็นไปตามแผนงานเท่านั้น ซึ่งดีลดังกล่าวยังคงต้องรอการตัดสินใจของผู้ถือหุ้น

"ดีลนี้ก็มีการศึกษา แต่รายละเอียดต่างๆผมไม่ทราบและไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เพราะเป็นเรื่องของผู้ถือหุ้นที่ตัดสินใจในดีลนี้ ซึ่งผมไม่สามารถให้ข้อมูลได้ หน้าที่ของผมที่เข้ามาเพื่อบริหารธนาคารให้เป็นไปตาม Business Plan"นายประพันธ์ กล่าว

 

ด้านแผนธุรกิจในปี 62 เตรียมที่จะเปิดเผยและจัดงานแถลงข่าวในสัปดาห์หน้า ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในตอนนี้ แต่แนวโน้มของผลิตภัณฑ์สินเชื่อหลักของธนาคาร คือ สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ คาดว่าจะขยายตัวได้มากกว่ายอดขายรถยนต์ในประเทศที่ประเมินว่าปี 62 จะเติบโตได้ราว 2-3% ซึ่งยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ค่อนข้างดีอยู่ อย่างไรก็ตามธนาคารจะยังคงเดินหน้าผลักดันการเติบโตของสินเชื่อทุกประเภท และการเดินหน้าพัฒนาช่องทางการบริการผ่านระบบดิจิทัล เพื่อการให้บริการกับลูกค้าที่สะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

นายอนุวัติร์ เหลืองทวีกุล รองกรรมการผู้จัดการ สายธุรกิจรายย่อย TBANK กล่าวว่า ธนาคารเตรียมที่จะการเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสภาพคล่องธนาคารในสัปดาห์หน้า เพื่อปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคารเพิ่มขึ้น 0.25% ต่อปี หลังจากธนาคารขนาดใหญ่ได้ทยอยปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำขึ้นไปเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ 0.25% ต่อปี ทำให้ธนาคารจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอเข้าไปให้คณะกรรมการพิจารณา โดยปัจจุบันสัดส่วนเงินฝากประจำของธนาคารอยู่ที่ 52% และเงินฝากออมทรัพย์ 48% มีมูลค่าเงินฝากรวม 7.8 แสนล้านบาท

 

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะต้องดูความสมเหตุสมผลของฝั่งผู้ฝาก ผู้กู้ และต้นทุนของธนาคารประกอบกัน ซึ่งหากปรับดอกเบี้ยเงินฝากขึ้นไปสูงมาก ทำให้ต้นทุนของธนาคารเพิ่มขึ้น และส่งผลไปถึงการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่เพิ่มขึ้นตาม และกลุ่มลูกค้าสินเชื่อที่จะกระทบมากหากดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มขึ้น คือ กลุ่มลูกค้ารายย่อยและเอสเอ็มอี ซึ่งหากปรับอัตราดอกเบี้ยก็จะต้องสอดคล้องกับดอกเบี้ยนโยบายที่เพิ่มขึ้นที่ 0.25% ต่อปี