EVENT & SEMINAR

กระทรวงพลังงาน ประกาศจัดงาน SETA 2019
POSTED ON 03/10/2562


 

 

กระทรวงพลังงาน ผนึก 6 กระทรวง ร่วมด้วย แกท อินเตอร์เนชั่นแนล และบริษัท ด้อยซ์ เมซเซ่ จำกัด ประกาศจัดงาน SETA 2019 เดินหน้าสู่ปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด “Integrated Sustainable Energy Solutions For Asia”

กระทรวงพลังงาน ร่วมกับ 6 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงคมนาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงานโดย บริษัท ด้อยซ์ เมซเซ่ จำกัด และบริษัท แกท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เดินหน้าประกาศความพร้อมจัดงาน “โครงการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2562” หรือ Smart Energy Transformation Asia 2019 (SETA 2019) ภายใต้แนวคิด “Integrated Sustainable Energy Solutions For Asia” เวทีการประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติด้านพลังงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 10 – 12 ตุลาคม 2562

นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า “เป็นที่ทราบกันดีว่าพลังงานถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งพลังงานส่วนใหญ่ที่ประเทศไทยผลิตและใช้ในปัจจุบันเป็นพลังงานจากทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดไป โดยรัฐบาลได้มีการวางยุทธศาสตร์กระทรวงพลังงานและนโยบายด้านพลังงานของชาติมาอย่างต่อเนื่อง ในการพัฒนาและผลักดันการใช้พลังงานทดแทน หรือพลังงานสะอาด เพื่อสร้างความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การส่งเสริมภาคชุมชนในการพัฒนาพลังงานจากไบโอ ก๊าซ และระดับมหภาคในการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาพลังงานไฮโดรเจนเพื่อลดการใช้ก๊าซคาร์บอนไดร์ออกไซด์อันส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน ในการกระจายพลังงานด้านการซื้อและขาย และเป็นศูนย์กลางการดำเนินงานด้านพลังงานของอาเซียนด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้จึงได้เข้าร่วมสนับสนุนการจัดงาน “โครงการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2562” หรือ SETA 2019 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สอดรับกับยุทธศาสตร์และนโยบายด้านพลังงานในการพัฒนาพลังงานทดแทนเพื่อสร้างความยั่งยืน และส่งเสริมศักยภาพของประเทศเพื่อเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านพลังงานในภูมิภาคอาเซียน”

รศ.ดร.ธัชชัย สุมิตร ประธานคณะกรรมการการจัดงาน SETA 2019 กล่าวว่า “SETA ถือเป็นงานแสดงรูปแบบการจัดการพลังงานแบบบูรณาการแห่งเอเชียที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยจัดขึ้นตั้งแต่ปี 2016 และจัดต่อเนื่องกันมาปีนี้เป็นปีที่ 4 แล้ว โดย SETA 2019 ครั้งนี้ เราได้รับการสนับสนุนจากภาคีด้านอุตสาหกรรมพลังงานทั้งภาครัฐ และเอกชน เข้าร่วมจัดการประชุมและแสดงนิทรรศการ ภายใต้แนวคิด “Integrated Sustainable Energy Solutions For Asia” เพื่อผลักดันและพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานแห่งอนาคต และแสดงศักยภาพความพร้อมของประเทศไทยสู่ศูนย์กลางความรู้เทคโนโลยีและการพัฒนาพลังงานทดแทน เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน โดยผู้เข้าร่วมงาน SETA 2019 ในครั้งนี้จะได้มาร่วมอัพเดทเทรนด์นวัตกรรมพลังงานของโลกและการปรับเปลี่ยนแนวโน้มการผลิตและพัฒนาด้านพลังงานของเอเชียในอนาคตทั้งระยะใกล้และไกล เช่น ด้านไฮโดรเจน เทคโนโลยี (Hydrogen Technology)

 

ซึ่งจะมีการจัดการประชุม Hydrogen Summit ครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย, เวทีการประชุม “CEO Energy Forum” โดยรวบรวมกูรูด้านพลังงานระดับโลก และเจาะลึกนโยบายพลังงานและความร่วมมือในระดับภูมิภาคอาเซียน และเวทีสัมมนาระดับสากลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ, สภาวิศวกร สมาคมพลังงานขยะ สมาคมนิวเคลียร์ไฮโดรเจน สภาไฮโดรเจน (IEA) เป็นต้น และโซนนิทรรศการพลังงานทางเลือก อาทิ การทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก โซนนิทรรศการของประเทศญี่ปุ่นที่จะจัดแสดงการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแก๊สไฮโดรเจนที่จะนำมาใช้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2020 หรือนิทรรศการของประเทศเยอรมันที่จะมาโชว์เทคโนโลยีคลาวด์พลังงาน เป็นต้น ซึ่งผมมั่นใจว่าผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้จะได้เปิดประสบการณ์ใหม่ และสร้างโอกาสการรับรู้องค์ความรู้ใหม่ที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาพลังงานของประเทศในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งคาดว่าการจัดงาน SETA 2019 ครั้งนี้จะมีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 12,000 ราย” ดร.จิราพร ศิริคำ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัยนวัตกรรมและพัฒนาธุรกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) กล่าวในงานแถลงข่าวการจัดงาน SETA 2019 ว่า “ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของการจัดงาน SETA 2019 และเป็นตัวแทนของผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ของประเทศ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียน มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติด้านพลังงานที่ยิ่งใหญ่ของอาเซียน โดยในงาน SETA 2019 ครั้งนี้ กฟผ. ได้เข้าร่วมจัดสัมมนาในหัวข้อ EGAT and Innovation for Society, Hydro-Floating Solar Hybrid System (แนวคิดการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อน ของ กฟผ.) ซึ่งเป็นความรู้สำคัญที่ทั้งองค์กรภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศไทยได้”