COLUMNIST

หนทางของการก่อสร้างอย่างยั่งยืน (ตอนจบ)
POSTED ON 13/11/2556


 

ขบวนการในการตัดสินใจ ส่วนมากแล้วจะเกี่ยวเนื่องกับการพิสูจน์ลักษณะ การเปรียบเทียบ และการจัดประเภท ทางเลือก ซึ่งขึ้นอยู่กับเกณฑ์และวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย โดยขบวนการเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นโดยปราศจากการพิจารณาการคิดคำนึงในกิจวัตรประจำวันของคนเรา ผู้ที่ตัดสินใจส่วนใหญ่จะใช้เวลากับเทคนิคการตีความโครงการถึงโครงสร้างการเก็บข้อมูลเพื่อให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถจัดการได้ เพื่อที่จะเสนอวัตถุประสงค์และพื้นฐานให้ตรงกับการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดในสถานการณ์นั้นๆ

 

สำหรับการตัดสินใจใหญ่ๆ จะมีเรื่องของเงินมหาศาลเข้ามาเกี่ยว ซึ่งมีแนวโน้มให้วัตถุประสงค์ง่ายขึ้นในเกณฑ์การพิจารณาแบบเดี่ยว เทคนิคในการประเมินเกณฑ์การพิจารณาแบบเดี่ยวจะมีลักษณะการประเมินโครงการเป็นส่วนสำคัญ ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังเกี่ยวเนื่องกับประสิทธิภาพที่ประหยัดมาก

 

การวิเคราะห์แบบต้นทุน-กำไร หรือ CBA เป็นเครื่องมือที่มีความเกี่ยวข้องและยังเป็นเทคนิคประเมินราคาที่เกี่ยวเนื่องอย่างกว้างขวางทั้งในส่วนการพัฒนาของภาครัฐและของเอกชนเพื่อช่วยในการตัดสินใจได้ดีขึ้น ซึ่งทั้งหมดจะแปลงเปลี่ยนในรูปของเงินสกุลดอลล่าร์ อย่างน้อยที่สุด การตัดสินจะขึ้นอยู่กับความเป็นไปได้บนพื้นฐานของการหาทางเลือกที่ได้มาพร้อมผลกำไรมากที่สุด

 

เงินที่จะกลับมาส่วนใหญ่จะเกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาโครงการ แต่โครงการจะต้องแสดงศักยภาพในการคืนทุนซึ่งจะไม่เป็นประโยชน์เท่าไหร่กับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ การพิจารณาสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้การพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้น ไม่สามารถถูกนำมาพิจารณาเป็นตัวเงินได้ จึงเป็นสิ่งสำคัญในลดประโยชน์หรือข้อได้เปรียบของการวิเคราะห์แบบต้นทุน-กำไร

 

อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้ว การตัดสินใจไม่ค่อยได้ขึ้นอยู่กับมิติแบบเดี่ยว Janikowski และคณะ ระบุว่า การใช้เพียงแต่เกณฑ์การประเมินแบบเดี่ยวสามารถนำไปสู่หนทางทางที่ถูกต้องได้ ซึ่งเขาและคณะยังสนับสนุนความจำเป็นต่อเกณฑ์แบบหลายมิติที่จะชี้ให้เห็นแนวทางการพัฒนาได้

 

ตั้งแต่ปลาย ค.ศ.1960 มีการคิดค้นให้มีความจำเป็นในการแก้ไขวัตถุประสงค์ที่ยังเกิดความซ้ำซ้อนอยู่ การเพิ่มความตระหนักต่อปัจจัยภายนอก ผลกระทบแบบระยะยาวและมีความเสี่ยงที่มาจากการพัฒนา รวมถึงความสำคัญของการกระจายการพัฒนาทางเศรษฐกิจนั้น นำไปสู่มุมมองใหม่ ดังนั้น เทคนิคการประเมินแบบเชิงมิติเดี่ยวจึงนำไปสู่ความขัดแย้งกันมากกว่าเชิงกลุ่ม

 

Mitchell และคณะ ได้บรรยายหลักการแยกกันในเชิงสี่มิติ นั่นคือ หลักความสมดุล ยุติธรรม, การคาดการณ์อนาคต, สิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของส่วนรวม ภายใต้แนวความคิดการพัฒนาแบบยั่งยืน หรือที่รู้จักว่า PICABUE หลักการนี้ ความสมดุลจะขึ้นอยู่กับการแชร์กันแบบตรงไปตรงมา ทั้งส่วนของท้องถิ่นและระดับโลก

 

หลักการของอนาคต คือ แน่ใจได้ว่า จะบูรณาการความเท่าเทียม สมดุล ภายใต้การใช้ต้นทุนสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด โดยสามารถดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อคนในรุ่นต่อไปในภายภาคหน้า โดยระบบนิเวศควรจะถูกรักษาอย่างมีสำนึกและเคารพในคุณค่า เพื่อที่จะไม่ทำลายขบวนการทางธรรมชาติ และป้องกันความหลากหลายทางชีวภาพให้คงอยู่ ซึ่งหลักการนี้จะให้ความสำคัญต่อกระบวนการการมีส่วนร่วมของส่วนรวมในขบวนการตัดสินใจและขบวนการการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

บนหลักการโมเดลการตัดสินใจแบบหลายมิติ Ding และ Langston ได้พัฒนาโมเดลแบบหลายมิติสำหรับการวัด ซึ่งจะเป็นข้อดีที่ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อนและเกี่ยวเนื่องกับการคำนวณแบบ การวิเคราะห์แบบต้นทุน-กำไร หรือ CBA โมเดลจะมุ่งเน้นที่ดัชนีความยั่งยืน ซึ่งนอกจากใช้เป็นการเปรียบเทียบปัญหาแล้ว ยังเป็นมาตรฐานของโครงการด้วย โมเดลจะประยุกต์การออกแบบแนวใหม่ผสมผสานกับแนวเก่า และยังถูกนำไปใช้ในการวัดสมรรถนะของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ซึ่งดัชนีความยั่งยืนที่ว่านี้มี 4 เกณฑ์ในการพิจารณา คือ

 

1. ความมั่งคั่งมากที่สุด : ผลกำไรจะถูกนำมาพิจารณาในส่วนของสมการความยั่งยืน วัตถุประสงค์คือ การหมุนเวียนกลับของการลงทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยถูกวัดจากอัตราส่วนกำไร-ราคา (Benefit–Cost Ratio : BCR) รวมถึงทุกมุมมองด้านการดูแลรักษาโครงการและ ความยืนยาวของโครงการ

 

2. เกิดประโยชน์ใช้สอยสูงสุด : เป็นกำไรภายนอก ซึ่งเป็นมุมมองของสังคมและมุมมองอื่นที่ไม่อาจเลี่ยงได้ นักออกแบบ ผู้ก่อสร้างอาคาร และผู้ใช้อาคาร ต้องการให้เกิดประโยชน์ใช้สอยสูงสุด ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องกับเป้าหมายของชุมชน ค่าน้ำหนักจะถูกใช้ในการวัดค่าประโยชน์ใช้สอยนี้

 

3. ทรัพยากรให้น้อยที่สุด: ทรัพยากร ได้แก่ ทุกส่วนที่ไม่สามารถเข้าสู่ขบวนการการหมุนเวียน ต้องให้เกิดการใช้ที่น้อยที่สุด และรวมถึงถูกปล่อยพลังงานออกมาในขั้นตอนดำเนินการและสร้างขึ้น โดยให้เกิดน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ การใช้พลังงานจะถูกวัดเป็นรายปีในหน่วย Gj/m2     

 

4. เกิดผลกระทบน้อยที่สุด :  เกิดการสูญเสียของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด เป้าหมายเพื่อลดผลกระทบ การประเมินจะเป็นในแง่ของผลกระทบทางด้านจำนวน โดยวัดเป็นปัจจัยความน่าจะเป็นของความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดผลกระทบ

 

เมื่อเกณฑ์พิจารณาทั้งสี่ถูกเชื่อมโยงแล้ว การวิเคราะห์ดัชนีจะถูกสร้างขึ้นโดยสามารถจะให้คะแนนโครงการและสิ่งอำนวยวามสะดวกได้ภายใต้ความยั่งยืน โดยวิเคราะห์มาเป็นดัชนีความยั่งยืน ซึ่งแต่ละเกณฑ์จะถูกวัดในหน่วยที่มีความแตกต่างกันและรวมด้วยวิธีที่เหมาะสม โดยเกณฑ์พิจารณาจะให้ค่าคะแนนแบบเดี่ยวหรือแบบเชิงกลุ่มก็ได้ โดยผลรวมจะมารวมกันด้วยค่าคะแนนของดัชนี ซึ่งดัชนีที่สูงกว่าบ่งบอกถึงความยั่งยืนมีมากกว่า

 

การก่อสร้างเป็นหนึ่งในการใช้ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุด และก่อให้เกิดมลพิษที่ใหญ่ที่สุด ทั้งจากการกระทำของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม การพัฒนาในประสิทธิภาพของอาคารโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมจะเป็นส่วนสนับสนุนให้เกิดการรับผิดชอบและสร้างคุณค่าในทรัพยากรให้ดำรงอยู่ในรุ่นต่อไป

 

ไม่มีข้อสงสัยเลยว่า เครื่องมือในการประเมินผลประสิทธิภาพของอาคารจะกลายเป็นส่วนสำคัญให้เกิดเป้าหมายในการบรรลุต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในการก่อสร้าง และการมีขบวนการจะเป็นตัวชี้วัดและเฝ้าดูถึงประสิทธิภาพของอาคารนั้นๆ ตราบจนที่การประเมินอาคารยังมีความสำคัญ

 

อย่างไรก็ตาม วิธีการประเมินผลประสิทธิภาพของอาคารก็มีข้อจำกัด ซึ่งได้กล่าวถึงไปแล้ว มีความต้องการให้เกิดการสื่อสาร ปฏิกิริยา และเกิดสิ่งที่ดีขึ้นระหว่างสมาชิกในทีมออกแบบและส่วนอื่นๆ ในอุตสาหกรรม เพื่อจะโปรโมทวิธีการประเมินอาคารให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ซึ่งก็ยังมีอุปสรรค อันได้แก่ ความยุ่งยาก ซับซ้อน ความไม่ยืดหยุ่น และการขาดการพิจารณาในระบบการให้ค่าน้ำหนัก ซึ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียดัชนีความยั่งยืน จะเป็นทางเลือกหนึ่งในการมีส่วนร่วมในการจำแนกเกณฑ์และเกณฑ์ย่อยที่จะเกี่ยวเนื่องกับการประเมินโครงการ นอกจากนี้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จะมีส่วนร่วมในการให้ค่าน้ำหนักซึ่งสะท้อนให้เห็นระดับความสำคัญของเกณฑ์และเกณฑ์ย่อยระหว่างขั้นตอนของการศึกษาความเป็นได้ของโครงการ

 

การพัฒนาอาคารเกี่ยวเนื่องกับการตัดสินใจที่มีความซับซ้อนและมีนัยสำคัญของมุมมองสิ่งแวดล้อม และสังคม ถึงแม้ว่าจะไม่เกี่ยวเนื่องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาโดยตรง แต่จะมีผลกระทบระยะยาวในปัจจัยการดำรงชีวิตทั้งปัจจุบันและในอนาคต การพัฒนาอย่างยั่งยืนจึงเป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจโครงการ การใช้เทคนิคการประเมินอาคารแบบมิติเดี่ยวยังไม่เพียงพอกับการประเมินอาคาร

 

ดังนั้น โมเดลแบบหลายมิติจึงถูกนำมาใช้เพื่อสามารถจัดการได้ โดยการพัฒนาดัชนีความยั่งยืนเป็นทางที่จะตรวจสอบเกณฑ์ที่มีความหลากหลายในความสัมพันธ์ของขั้นการตัดสินใจ การใช้ดัชนีความยั่งยืน จะเป็นการวัดค่าที่ง่ายต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนและให้การสนับสนุนเชิงบวกในการจำแนกการแก้ปัญหาในขั้นตอนการออกแบบอาคารและการใช้งานอาคาร